ข่าวสัตว์เลี้ยง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ออกมาเตือนเกี่ยวกับโรค SFTS ซึ่งเป็นโรคที่มีเห็บสุนัขเป็นพาหะนำโรค โดยระบุว่าประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมแล้ว 53 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย ถือเป็นข้อมูลที่เจ้าของสุนัขควรให้ความสำคัญ เนื่องจากเห็บเป็นปรสิตภายนอกที่พบได้บ่อยในสุนัขที่เลี้ยงแบบปล่อยหรือพาไปเดินเล่นในพื้นที่หญ้าและป่าละเมาะ

เหตุผลที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้เรื่องนี้ คือเห็บไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของสุนัขเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนในบ้านได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับสุนัข เช่น การอุ้ม การแปรงขน หรือการเอาเห็บออกด้วยมือเปล่า การมีเห็บเกาะอยู่บนตัวสุนัขจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม

สิ่งที่เจ้าของสุนัขสามารถนำไปใช้ได้ทันทีคือการตรวจตัวสุนัขเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังพาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ พื้นที่หญ้ารก หรือป่าละเมาะ ควรตรวจบริเวณที่เห็บมักซ่อนตัว เช่น ซอกหู ใต้คาง รอบคอ ขาหนีบ และซอกนิ้วเท้า หากพบเห็บเกาะอยู่ควรรีบนำออกโดยเร็วและถูกวิธี

การป้องกันเห็บในระยะยาวทำได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอตามรอบที่กำหนด ไม่ควรขาดช่วงหรือใช้ผิดขนาดตามน้ำหนักตัวสุนัข นอกจากนี้ควรทำความสะอาดที่นอน กรง และบริเวณที่สุนัขนอนเป็นประจำ เพราะเห็บสามารถหลบซ่อนและวางไข่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวสุนัขได้เช่นกัน

หากจำเป็นต้องเอาเห็บออกด้วยตนเอง ควรใช้อุปกรณ์คีบเห็บเฉพาะและดึงออกอย่างระมัดระวัง ไม่บีบหรือทุบตัวเห็บด้วยมือเปล่า เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายผ่านทางบาดแผลหรือการสัมผัส หลังจากจัดการเห็บแล้วควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ

สำหรับเจ้าของที่สังเกตเห็นความผิดปกติในสุนัข เช่น ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ หลังพบเห็บเกาะตัว ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว เช่นเดียวกับตัวเจ้าของเองหากมีอาการไข้หรือผิดปกติหลังสัมผัสเห็บหรือถูกเห็บกัด ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์เลี้ยงให้ชัดเจน เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและทันท่วงที